วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555

สงกราต์ บานบุรี


โชว์นม ลวนลาม อุบัติเหตุ ยกพวกตีกัน เมาเหล้า ก่อความวุ่นวาย .....นี่คือสิ่งที่ผมคิดถึงในช่วงวันหยุดที่เราถือว่าเป็นวันปีใหม่ไทยเลยนะ  จริงอยู่ที่ว่าอากาศมันร้อน การที่มีประเพณีสาดน้ำปะแป้งกัน มันเป็นอะไรที่ดี แต่เจตคติของคนในแต่ละยุคสมัยมันก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาของมัน

ทุกๆปีเราต้องมานั่งติดตามข่าวทางโทรทัศน์ว่า ปีนี้จังหวัดไหนตายเยอะสุด คืนนี้ที่ไหนจะตีกัน รายการเรื่องจริงผ่านจอก็นำเสนอให้เห็นถึงความวิบัติของเทศกาลนี้ทุกๆปี

ไม่รู้ว่าทำไมเดี๋ยวนี้ สงกรานต์กลายเป็นเทศกาล "คนถ่อยครองเมือง" ไปแล้ว หลายปีมาแล้วนะที่เมื่อถึงช่วงนี้ของทุกปี ร่างกายผมไม่ได้เปียกน้ำเลย แต่มันเบื่อครับ เบื่อจริงๆ เบื่อกับการออกไปเจอวัยรุ่นเมา กร่าง จับกลุ่ม ทำเหมือนตัวเองเป็นเจ้าถิ่น พอมาเจอกลุ่มที่เหม็นขี้น่าก็ตีกัน ต่างๆนานา


ก็น่าเสียใจที่วัฒนธรรมดีๆ ของเราเลือนหายไป กลายเป็นเทศกาลคนคลั่ง ที่ผมพนันได้เลยว่าผู้ที่มีอายุ 15-30 ปี 80 เปอร์เซ็นในประเทศ เมา !

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่อยากจะโทษว่าแท้จริงแล้วมันเป็นพิษของสุราหรอกครับ แต่มันอยู่ที่คนมากกว่าที่ทำให้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นมา

วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

HBD to Waraporn Pinyo



Happy Birth Day

3 ปีมาแล้วครับที่ผมรู้จักผู้หญิงคนนี้ เธอเป็นคนน่ารักครับ เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างอุดมสมบรูณ์  แต่เธอก็มีมาดของนักกีฬา เป็นรักแฟน รักเพื่อนฝูงมาก พูดเก่งและเสียงดัง และชอบพูดจาทะลึ่งจนเรียกเสียงหัวเราะของเพื่อนๆได้ เวลาเธอเมาเธอจะรั่วมากครับ ที่สำคัญคือเธอให้คำปรึกษาผมในหลายๆเรื่อง และคอยให้กำลังใจเวลาที่ผมท้อ เมื่อวานนี้ (9 เมษายน 2555) เป็นวันเกิดของเธอครับ และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เธอได้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาชีวิตของผม ของขวัญของผมคงไม่สามารถตอบแทนกำลังใจและคำปรึกษาที่มากมายที่ผมได้รับจากเธอ แต่ใครที่ได้เข้ามาอ่านบทความนี้ครับ มาร่วมอวยพรวันเกิดให้ยอดหญิงคนนี้กับผมด้วยกันครับ


"ขอให้ชีวิตเธอเจอแต่สิ่งดีๆ เหมือนที่เธอได้มอบหลายๆสิ่งให้แก่ผู้อื่น "
Posted by Picasa

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

คนเหล็ก Terminator

 Skynet's global network remains strong. But we will not quit until all of it is destroyed. This is John Conner. There is no fate but what we make.
"สกายเน็ทยังคงเข้มแข็ง แต่เราจะไม่ยอมปราชัย จนกว่าพวกมันทั้งหมดจะถูกทำลาย นี่คือ จอห์น คอนเนอร์ ฟ้าไม่ได้ลิขิตเรา มีเพียงแต่เราที่ลิขิตตัวเอง"


 วันนี้ผมเปลี่ยนมาเขียนเรื่องภาพยนต์บ้างครับ หนังอมตะ เรื่องโปรดของผมเลย ในสมัยเด็กๆ โดยเฉพาะในเด็กผู้ชาย เรามักจะชื่นชอบพระเอกกล้ามโต ชื่อ อาร์โนลด์ อาลอยส์ ชวาร์เซเน็กเกอร์  (Arnold Alois Schwarzenegger) หรือ "คนเหล็ก" นั่นเอง 
   อันที่จริงผมได้ดู ภาพยนต์เรื่อง The Terminator ครั้งแรก คือภาคที่สองแล้วครับ ทำให้ค่อนข้างงงๆ กับเรื่องราวเล็กน้อย (จะไม่ให้งงได้ไง เด็กสี่ขวบดูหนัง sifi ย้อนเวลากัน ไปๆมาๆ) จนได้มาย้อนดูภาคแรกครับถึงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
   โอเคร ...ตรงนี้เรามาดูความน่าสนใจของหนังกันบ้าง จากที่ติดตามดูมาทุกภาค รวมทั้งจาก series "Terminator : The Sarah Connor Chronicles" สิ่งแรกเลยที่ดูทุกภาคแล้วผมรู้สึกเสียดายกับหนังเลยนะเพราะว่า ตัวบท ดีเยี่ยมเลย นักแสดงก็ระดับตัวเป้งๆทั้งนั้น CG ในเรื่องนี่ไม่ต้องพูดสุดอลังการสุดๆครับ
    *** แต่ไม่รู้ว่าเป็นความโชคร้ายหรืออย่างไรที่ ทุกครั้งไปผู้กำกับ ดึง Feel ของหนังออกมาได้ไม่สุด คือเวลาดูแล้วมันรู้สึกได้ว่าหนังมันยังขาดอะไรไปสักอย่างที่จะมาเติมเต็มได้




*** นั่นคือความคิดเห็นส่วนตัวของผมครับ ถึงอย่างไรผมก็เป็นแฟนตัวยงของภาพยนต์ชุดนี้เหมือนเดิม ^^

คราวนี้ผมจะมา Review The Terminator ให้อ่านกันครับ แต่ก่อนอื่นเรามารู้จัก ความเป็นมาของหนังเรื่องนี้กันก่อน

ภาพยนตร์ Terminator ภาคแรกเป็นหนังทุนต่ำที่สร้างด้วยงบเพียง $6.4 ล้าน แต่กลับทำรายได้ทั่วโลกไปถึง $78 ล้าน (รายได้เฉพาะในอเมริกาอยู่ที่ $38 ล้าน) ด้วยความสำเร็จดังกล่าวทำให้ ผู้กำกับโนเนมอย่าง เจมส์ คาเมรอน ขึ้นทำเนียบเป็นนักทำหนังแถวหน้าของฮอลลีวู้ด ส่วน อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ พระเอกหุ่นพี่บึ้กของเรา ก็ก้าวขึ้นเป็นดาราระดับซูเปอร์สตาร์ และติดภาพลักษณ์ความเป็น "คนเหล็ก" นับแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยพล็อตเรื่องที่สนุกสนานจินตนาการน่าสนใจ บวงหุ่นเหล็กหรือคนเหล็กอันมีเอกลักษร์ มหากาพย์คนเหล็กดำเนินต่อไปเนื่อง ออกมาแล้วถึง 4 ภาค (สงครามยังไม่จบข่าวเป็นระยๆ ภาค 5 กำลังจะมา...และอาจมีต่อเป็นภาค 6-7 ต่อเนื่องอีก ?)...แถมยังมีภาคการ์ตูน - ทีวีซีรี่ย์ - ภาคเกมส์ ฯลฯ ตามมาอีกมากมายตามแบบฉบับของมหากาพย์ไซ-ไฟ ยอดนิยม นับเป็นภาพยนตร์ขึ้นหิ้ง อันเป็นแรงบันดาลใจของคอไซ-ไฟทั่วโลกอีกเรื่องหนึ่ง

- ปฐมบทเทอร์มิเนเตอร์ : The Terminator 1984 (ภาค 1) -

ปฐมบทของ Terminator : คนเหล็ก เทอร์มิเนเตอร์ หรือเรียกสั้นว่า "คนเหล็ก" เริ่มขึ้นเมื่อ...สกายเน็ท (Skynet) ได้ส่งหุ่นยนต์สังหาร Terminator รุ่น T-800(รับบทโดย อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์) ย้อนเวลามายังโลกปัจจุบันเพื่อกำจัด ซาร่าห์ คอนเนอร์ (Sarah Conner) ผู้เป็นแม่ของหนุ่มน้อย จอห์น คอนเนอร์ (John Conner) ซึ่งจะเติบโตขึ้นเป็นผู้นำกองกำลังกอบกู้โลกต่อไป ในขณะเดียวกัน จอห์น คอนเนอร์ แห่งโลกอนาคตก็ส่ง ไคล รีส (Kyle Reese) นายทหารหนุ่มที่เป็นมนุษย์ ย้อนเวลากลับมาปกป้อง ซาร่าห์ และสุดท้าย ไคล รีส ก็คือพ่อของ จอห์น คอนเนอร์ นั่นเอง (*ถ้าใครได้ดูหนังจนครบ 4 ภาค จบ จะเห็นว่าเหตุการณ์โลกอนาคตโยงกับโลกปัจจุบันวน loop เป็นหูกินหางตัวเอง!) *และเรื่องราวของ "ซาร่าห์ คอนเนอร์" ในโลกอนาคตนั้นได้ ถูกขยายสร้างเป็นภาคทีวีซีรี่ย์เรื่องยาวที่ชื่อ "Terminator : The Sarah Connor Chronicles"

ซาร่าห์ และไคล ร่วมกันกำจัด หุ่นยนต์สังหาร T-800 ได้สำเร็จ แต่โชคร้ายที่ไคล รีส เสียชีวิต ซาร่าห์ จึงต้องแบกรับภาระทั้งหมดในการหยุดยั้ง สกายเน็ทแต่เพียงลำพัง พร้อมทั้งต้องประคบประหงมลูกในท้องซึ่งเป็นความหวังเดียวของมนุษยชาติเอาไว้ด้วย...(ดูลำดับเวลาเหตุการณ์ด้านล่าง)
- หุ่น T-800 จากภาพยนตร์ The Terminator 1984 (ภาค 1) -


   โลกอนาคตปี 2029

- Skynet ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่โยงใยกันทั่วโลก ยังคงทำสงครามกับมนุษย์เหลือรอดจากวันพิพากษาโลก ตัดสินใจส่งเครื่องจักรสังหาร Cyberdyne รุ่น T-800 (คนเหล็กหน้าตาเหมือน Arnold Schwarzenegger) กลับไปสู่อดีต(ปี 1984)เพื่อสังหาร Sarah Conner

- Kyle Reese ก็เดินทางผ่านย้อนกาลเวลากลับมาในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อรักษาชีวิตของ Sarah เอาไว้ เนื่องจากเธอเป็นหญิงที่จะให้กำเนิดชายที่เป็นผู้นำการกอบกู้โลกในอนาคต (John Conner)

ย้อนมาปี 1984

- ปีที่ Terminator และ Kyle Reese ย้อนเวลากลับมา / ณ ตอนนั้น Sarah Conner เป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ / ระหว่างการปกป้อง Sarah ของ Kyle เขาได้มีความสัมพันธ์ร่วมรักกับเธอ(เธอตั้งครรภ์) / Kyle เสียชีวิตจากการต่อสู้กับ Terminator แต่ Sarah รอดมาได้ในที่สุด

- จากนั้น Sarah ขับรถมุ่งหน้าไปทางใต้ (คาดว่าจะไป Mexico) เธออัดเทปคำพูดขณะตั้งครรภ์ John Conner ลูกของเธอกับ Kyle
เธอได้ลงมาเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่ง ก่อนจะได้รับภาพถ่ายโพลารอยด์ที่เด็กลูกเจ้าของปั๊มถ่ายเอาไว้ให้ ภาพถ่ายนี้ก็คือภาพเดียวกับที่ John Conner ในอนาคตได้ให้กับ Kyle ไว้ก่อนจะย้อนเวลามา


หุ่นที่ปรากฏใน Terminator 1984 :
 "T-800" (หรืออีกชื่อ "Model 101")

เป็นหุ่นยนต์พิฆาตรุ่นแรกที่มีผิวหนังชีวภาพห่อหุ้มภายนอกจึงเหมือนมนุษย์ทุกประการ ต้นแบบผิวหนังภายนอกของมันได้มาจากนายทหารคนหนึ่งชื่อ "วิลเลียม แคนดี้" มีหนังและเลือดปลอม แต่ไร้ความรู้สึกเจ็บปวด สามารถพูดและเลียนเสียงมนุษย์ได้ มีพฤติกรรมภายนอกคล้ายมนุษย์และเรียนรู้เพิ่มเติมได้หากใกล้ชิดกับมนุษย์ เหตุผลที่มันต้องมีผิวหนังเทียมในเพราะในการส่งผ่านข้ามมิติเวลา สิ่งมีชีวิตเท่านั้นที่จะสามารถเดินทางผ่านมาได้ ปรากฏครั้งแรกในภาค 1 มันถูกส่งตัวมาเพื่อฆ่าซาร่าห์ คอนเนอร์ แต่ในภาค 2 หุ่นรุ่นนี้มันถูกส่งตัวมาโดยจอห์น คอนเนอร์ เพื่อช่วยปกป้องตัวเขาเองในวัย 10 ขวบ ส่วนในภาค 4 เราจะได้เห็นมันตอนที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ และเรียกว่า T-RIP
- หุ่น T-800 ถูกไฟเผาใหม้ทำลายผิวหนังภายนอกแบบมนุษย์หายไป เผยโฉมโครงกลไกเหล็ก แต่ยังทำงานได้ปกติ จากหนัง The Terminator 1984 - 

- หุ่น T-800 ตามล่า "ซาร่าห์ คอนเนอร์" ในภาคหนังสือการ์ตูน ชุด The Terminator 1984 ชื่อเดียวกับภาคภาพยนตร์...งานนี้หุ่นถูกส่งมากันหลายตัว! - 

*ปล. และในโลกอนาคตยังมีการพัฒนา T-800 ทั้งที่มีผิวหนังแบบมนุษย์และร่างเหล็กล้วนๆ ได้อัพเกรดเป็นรุ่นต่อๆมาอีกมากมาย(ส่วนใหญ่ปรากฏในภาคหนังสือการ์ตูน) อาทิ T-850, T-888, C890.L, C850.D และ HC875.S. ฯลฯ เป็นต้น เรียกเหมารวมกันว่าเป็นหุ่นรุ่น "Series 8xx" ซึ่งอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น-ตายยากขึ้น แถมโหดร้ายดุดันกว่ารุ่น T-800 มากยิ่งขึ้น! ไว้จะมาอัพเดทเผยรูปโฉม แจงเป็นรุ่นๆกันเต็มๆอีกมากมาย ในตอนถัดๆไป...อดใจรอนิด :)


วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2555

My Idol : บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์

     อันที่จริงผมนั้นฟังเพลงของพี่  บุรินทร์ มาค่อนข้างนานแล้วและรู้สึกชอบในเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณืของแกมาครับ ตั้งแต่สมัยที่แกยังเป็น Groove Rider อยู่ ทีแรกได้เห็นหน้าตาแกค่อนข้างจะตกใจอยู่พอสมควร คือในจินตนาการตามเสียงร้องผมคิดว่าแกจะเป็นคนมีอายุกว่านี้สักหน่อย นอกจากนั้นผมแทบจะเชื่อมั่นในตัวเองตั้งแต่แรกที่เห็นเลยว่า "โหเนี่ยแหล่ะ Idol กู" เพราะทั้งการแต่ตัว การวางท่า ฯลฯ ของแกมันมาในแบบที่ผมอยากเป็น ทำให้หลายๆอย่าง ในตัว เช่น เสื้อผ้าหน้าผม ก็ได้แรงบัลดาลใจมาจากแกทั้งสิ้น 
    รวมๆแล้วหลายๆคนอาจจะมองว่าแกไม่ได้หล่อเหลาอะไรเท่าไหร่เลย ผมก็มองอย่างนั้นครับ แต่ทุกครั้งที่แกไปออกงานหรือขึ้นคอนเสิร์ต เรามักจะได้เห็นสไตล์การแต่งตัวที่ดูดีมีสกุลของแก ซึ่งมันช่วยยกระดับความหล่อของแกขึ้นมาได้เป็นกอง จากจุดนี้เองมันให้ผมตระหนักเสมอว่า "เฮ้ย กูหล่อสู้คนอื่นไม่ได้ ไม่เป็นไรกูดูดีไว้ก่อน" เท่านั้นเอง

วัน/เดือน/ปี เกิด : 26/10/19 

น้ำหนัก : 65 กก. 
ส่วนสูง : 183 ซม. 
พี่ - น้อง : 2 คน เป็นคนที่ 2 
การศึกษา : ปริญญาโท Boston University 
สีตา : ดำ สีผม : ดำ 
สีโปรด : เทา 
สถานที่ชอบ : บ้าน 
ของสะสม : V W (ของเล่น) 
สัตว์เลี้ยง : ปลา 
หนังสือเล่มโปรด : เหยี่ยวเดือนเก้า 
ภาพยนตร์ที่ชอบ : Godfather II 
Hero ในดวงใจ : พ่อ - แม่ 
แนวเพลงที่ชอบ : Funk , Acid , Jazz 
นักร้องไทยที่ชอบ : Modern Dog 
นักร้องต่างประเทศที่ชอบ : James Brown 
นักแสดงไทยที่ชอบ : สมบัติ เมทะนี 
นักแสดงต่างประเทศที่ชอบ : Robert De Niro 
ประทับใจที่สุด : เรียนจบ 
เสียใจที่สุด : เรียนจบ


ในวงการเพลงรู้จักเขาดีในนามบุรินทร์ กรู๊ฟ ไรเดอร์ แต่ในอีกมุมหนึ่งเขาคือผู้บริหารหนุ่มไฟแรงทายาทรุ่นที่ 3 ของ บริษัท โตโยต้ามหานครนั่งทำงานในตำแหน่ง Executive Directorกำกับงานด้านประชาสัมพันธ์และทรัพยากรบุคคล

ชีวิตสองบทบาทของเขา ทั้ง ร้อง เต้น และบริหารงานในองค์กร เป็นสิ่งที่บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ เลือกที่จะเป็นและกลายเป็นเรื่องที่เขาภูมิใจอย่างมาก ยิ่งวันเวลาผ่านไปเขาก็ค้นพบว่าสองบทบาทนี้เกื้อหนุนและก่อตัวเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเขา

เขาเติบโตมากับครอบครัวที่ทำธุรกิจรถยนต์เรียกได้ว่าวิ่งเล่นอยู่ในโชว์รูมตั้งแต่เด็ก “ปรัชญาที่ใช้ธุรกิจของครอบครัวมากว่า 60 ปีคือเราต้องซื่อสัตย์และจริงใจต่อลูกค้าทุกคนเหมือนญาติของเราเหมือนเพื่อนสนิทของเรา รักในหน้าที่การงานของเราเหมือนกับการร้องเพลงถ้ารักในการร้องเพลงก็ต้องรักในแฟนเพลงของเราด้วย 

สำหรับการทำงานในฐานะผู้บริหารรุ่น 3 ของบริษัทโตโยต้า มหานครบุรินทร์บอกว่าเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความสามารถและความจริงใจในการบริหารเพื่อให้เข้าถึงจิตใจของลูกน้องและลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งในอนาคตผู้บริหารหนุ่มคนนี้วางแผนที่จะให้โชว์รูมขายรถกลายเป็นเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ให้ลูกค้ามีความสะดวกสบายครบวงจรมากยิ่งขึ้น

นอกจากหลักการบริหารงานที่บุรินทร์กล่าวถึงในเรื่องของความผูกพันของเขากับรถนั้นถือได้ว่าเขาเป็นคนที่หลงใหลในความเร็วมากคนหนึ่ง บุรินทร์หัดขับรถโกคาร์ทมาตั้งแต่อายุได้ 9 ขวบขับเก่งจนสามารถลงแข่งขันในรายการสำหรับเยาวชนคว้าแชมป์รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีมาครองได้สำเร็จ

ตอนเรียนอยู่ต่างประเทศบุรินทร์ได้ศึกษาเรื่องรถยนต์อยู่ตลอดเวลาจนค้นพบรถคู่ใจเป็นเจ้าเล็กซัสอาร์เอ็กซ์ 300 ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากขับรถแพงๆขอเน้นที่การใช้งานได้ดีคุ้มค่า สมรรถนะไม่ได้แตกต่างไปจากรถแบรนด์ดังอื่นๆเลย

“เรื่องรถไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตเพียงแต่ผมรู้สึกว่าการขับรถคือความสุขอย่างหนึ่งผมชอบขับรถเองดีกว่าให้คนอื่นมาขับให้
ถึงแม้ว่าถนนเมืองไทยจะไม่ใช่ถนนที่สมบูรณ์นักเมื่อเข้าไปอยู่ในรถแล้วเหมือนกับเป็นอีกโลกหนึ่งเลยครับ”

นอกจากเรื่องของรถยนต์สิ่งที่บุรินทร์รักมากที่สุดนั่นคือการร้องเพลงเขาเริ่มต้นทำงานเพลงกับเพื่อนอีก 3 คน ในนามของ Groove Rider เมื่อ 7ปีที่แล้ว โดยมีผลงานชุดแร คือ "DiscoVery" แล้วจากนั้น 6ปีผ่านไปพวกเขาก็กลับมาทวงบัลลังก์ในฐานะก๊อดฟาเธอร์ ออฟ ดิสโก้ของเมืองไทย ในอัลบัมล่าสุดอย่าง "The Life" ที่คว้ารางวัลมาหลายเวทีล่าสุดบุรินทร์บอกว่ากำลังจะมีคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ของเขาที่เหมือนการทำความฝันให้เป็นจริง

"เวลาอยู่บนเวทีผมจะสนุกไปกับเพลงของผมแล้วปล่อยความรู้สึกค่อนข้างเต็มที่ แต่โดยตัวตนของผมเป็นคนง่ายๆ สบายๆครับ ถ้าถามว่าแล้วจะทำให้ชีวิตมีความสุขได้อย่างไรผมเชื่อว่าคนเราต้องมีแรงบันดาลใจมาจากความรัก ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงหรือการบริหารงานเมื่อมีความรักเป็นพื้นฐานแล้วเราจะทำมันด้วยความจริงใจซึ่งทำให้ทุกๆอย่างที่ออกมาสมบูรณ์แบบครับ"

ในอีกมุมหนึ่งของบุรินทร์เขาคือนักสะสมตัวยงทีเดียวเขาเล่าให้ฟังว่าของสะสมในชีวิตจริงๆ แล้วมี 2 อย่าง คือของเล่นและซีดีเพลง

“ยังไม่เคยรื้อออกมานับเป็นจริงเป็นจังสักทีแต่ไปไหนมาแล้วของที่ต้องติดมือคือซีดีเพลงสะสมมาตั้งแต่วัยรุ่นทั้งเก่า-ใหม่ รวมแล้วเข้าหลักหมื่นแล้วมั้งครับผมชอบทั้งงานเพลงและการดีไซน์ปกของศิลปินที่ผมประทับใจ ส่วนของเล่นคือโมเดลรถไฟเคยคิดเล่นๆว่าถ้าไม่มีรถเราจะไปไหนมาไหนด้วยรถไฟเราจะได้ซึมซับความงดงามของธรรมชาติได้มากการเดินทางแบบอื่น"


          จากเสียงร้องที่สะกดให้หลายคนหลงใหลในเพลงจังหวะดิสโก้ของ “บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์” อดีตนักร้องหนุ่มจากวงกรู๊ฟไรเดอร์ส วันนี้ “บุรินทร์” เก็บเกี่ยวความประทับใจบนเส้นทางสายดนตรีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มาเป็นแรงบันดาลใจในผลงานชุดใหม่ล่าสุด GRAN TURISMO (แกรน ทัวริสโม) อัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตที่น่าภาคภูมิใจของผู้ชายชื่อ  “บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์”
         
ด้วยประสบการณ์ในแวดวงดนตรีของ“บุรินทร์”   ที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลา 10  ปี  เรื่องราวทั้งหมดถูกเรียงร้อยขึ้นเป็นอัลบั้ม  GRAN TURISMO (แกรน ทัวริสโม))  อัลบั้มที่ “บุรินทร์” ลงมือสร้างด้วตนเองทุกบทเพลงด้วยความตั้งใจเป็นเวลานานกว่า 2 ปีเต็ม โดยรวบรวมเอาบทเพลงที่เป็นเพลงแห่งความทรงจำของศิลปินที่ชื่นชอบ  กลับมาเรียบเรียงใหม่ได้อย่างลงตัวและน่าประทับใจ ก่อให้เกิดบทเพลงที่สร้างสรรค์และสะท้อนความเป็นตัวตนของเขา ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านเนื้อร้องและทำนอง รวมไปถึงการสร้างความแปลกใหม่ในแบบฉบับของ“บุรินทร์” จนกลายมาเป็นบทเพลงที่สมบูรณ์แบบ ลงตัวและน่าฟัง
     จากการทำเพลง ที่เป็นการนำสไตล์ของตัวเองเข้าไปรวมกับดนตรีในอัลบั้ม “Gran Turismo (แกรน ทัวริสโม)”  “บุรินทร์” ยังรับหน้าที่ออกแบบและเป็นโปรดิวเซอร์ควบคุม ดูแลการทำอัลบั้มของตนเองทั้งหมด ในทุกๆขั้นตอน  โดยมี กันต์ รุจิณรงค์ หรือที่รู้จักกันดีในนาม บอล-มือกีตาร์ วงอพาร์ทเม้นท์คุณป้า ดีกรีนักเรียนเกรดดีจาก Berkley College USA สาขา Music and Performance  ถือเป็นอีกหนึ่งนักดนตรีชั้นคุณภาพ ที่มาเป็นโปรดิวเซอร์ร่วมรังสรรค์บทเพลง  คุณ ภาพเหล่านั้นออกมาให้ได้ฟัง

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับสุนัขพันธุ์ ไซบีเรียน ฮัสกี้


10 ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจซื้อสุนัข ไซบีเรียน ฮัสกี้ !!

เมื่อแกอยากเลี้ยงเจ้าฮัสกี้จริงๆ




1. หากรู้ว่า ตัวเองกำลังมีใจให้เจ้าหมาที่หน้าตาเหมือนหมาป่ายังกะแกะ แต่นิสัยติงต๊องสุดๆ กรุณาอย่าเข้าใกล้ ร้านขายสัตว์เลี้ยง อ่านนิตยสารหมา หรือเข้าเว็บไซต์สัตว์เลี้ยงบ่อยๆเพราะกิเลสความรักเจ้าตัวแสบพันธุ์นี้ จะทวีคูณยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ค่อยทราบสาเหตุ ศัพท์ชาวบ้านเรียกว่า “หลงรักหัวปักหัวปำ”

2. ห้ามอ่านการ์ตูนเรื่อง “ยุ่งชะมัด เป็นสัตว์แพทย์” หรือดูหนัง “Snow Dogs” เพราะคุณจะหลงรัก “โจบิ” และบรรดาแก๊งหมาลากเลื่อนเต็มเปา และจะเกิดอาการตามข้อแรก

3. หากยังอยากเลี้ยง และตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ โปรดเริ่มซ้อมวิ่งมาราธอน และวิ่งระยะสั้น อย่างน้อยวันละ 10 นาที ติดต่อกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะคุณจะได้คู่หูคู่ฮาที่วิ่งเร็วอิ๊บอ๋ายวายป่วง หากไม่แข็งแรงพอ อาจโดนลากฝุ่นกระจาย หอบแฮ่กๆ เอาได้ง่ายๆ ใครเป็นโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ และอ่านคำเตือนบนสุสาน ก่อนเลี้ยงทุกครั้ง! 

4. ถ้ารู้ตัวว่าบ้านรก หรือมีข้าวของเยอะแยะภายในบ้าน คุณมี 2 ทางเลือก หนึ่งคือ จัดและยกของไว้สูงๆ เกินตำแหน่งที่สัตว์ประหลาด 4 ขา จะคาบได้ หรืออีกทางเลือกคือ ปล่อยตามยะถากรรม ซึ่งเจ้าตัวแสบจะช่วยจัดการพังข้าวของคุณจนวินาศสันตะโร ซึ่งช่วยให้ของในบ้านคุณดูโล่งไปโดยปริยาย (เพราะมานกัดพังเรียบ ฮือๆๆๆ)

5. กรณีที่คุณมีหมาพันธุ์เล็กๆ อยู่ในบ้าน อาทิ พูเดิ้ล หรือยอร์คเชียร์ ท่านกำลังจะได้รับชมเกมกีฬาใหม่ 
“งับหัวแล้วเผ่น” นำแสดงโดยไซบีเรียนฮัสกี้ ซึ่งจะทำให้หมาๆ ตัวจิ๋วของคุณ เกิดอาการหวาดระแวง ออกแนวโรคจิตหลอน จนแทบผูกคอตาย เพราะโดนก่อกวนทั้งวี่ทั้งวัน ไม่หยุดหย่อน โดยที่ไซบีเรียน ฮัสกี้ มันจะคิดเองเออเองว่า คนอื่นกำลังเล่นอยู่ด้วย (ใช่ซะที่ไหนเล่า!)


6. ถ้ารู้ตัวว่าแพ้ขนสัตว์ หอบ หืด หรือรูจมูกตัน กรุณาหลบเลี่ยงไซบีเรียนฮัสกี้ เพราะเจ้าหมาพันธุ์นี้ ขนมันเยอะและร่วงเหมือนปุยนุ่น ร่วงไม่เว้นวันหยุดราชการ ท่านจะได้สนุกกับการใช้เครื่องดูดฝุ่นอย่างคุ้มค่าแทบทุกวัน T-T (หากท่านกำลังมีปัญหาดูดฝุ่น เราขอเสนอเครื่องดูดฝุ่นเทอร์โบ๋ไทเกอร์ ดูดทุกซอกทุกมุม หากคุณสนใจ โทรมาได้ที่ ทีวีหลอกแด๊ก ค่าจัดส่งทั่วประเทศ 02-555-5555)

7. สุภาษิต รักวัวให้ผูก รักลูก (หมา) ให้ตี ใช้กับหมาพันธุ์นี้ไม่ได้ผล อาจเพราะขนหนาตึ้บ มึนอีกต่างหาก แถมพอจะตีซักที (เล่นพังของทุกวัน) ก็จะออกอาการสำออยเหมือนจะตาย แล้วแอบฉวยโอกาสวิ่งหนีไปทำหน้าทะเล้น ฮึ่ม! ใครที่ว่าหมาพันธุ์นี้ออเซาะไม่เป็น ขอเถียงขาดใจ เวลาทำผิดมักจะแกล้งทำหน้าบ้องแบ๊ว เหมือนเด็กถูกจับได้ว่าแอบกินหน้าขนมเค้ก แล้วค่อยๆ ตีหน้าเศร้า คลานมาอ้อนเอาหัวหนุนตรงตัก แล้วใครหน้าใหนจะโกรธมันลงได้อีก เฮ้ออออ...

8. จงอย่าคิดว่าหมาพันธุ์นี้จะรักบ้านช่องตัวเอง เพราะทันทีคุณเผลอเปิดประตูไม่ดูตาม้าตาเรือ เจ้าหน้าขนอาจใส่เกียร์ 5 บวกเทอร์โบสปริ้นท์ วิ่งแน่บหายไปไม่เห็นฝุ่นเอาได้ ถ้าโชคดีแค่เบาะๆ ก็อาจหาเจออีกประมาณ 500 เมตรข้างหน้า แต่ถ้าโชคร้าย มันจะกลายเป็นหมาหลงทาง อย่าไปคิดว่ามันจะเหงานะจ๊ะ บางทีมันอาจเริงร่ายิ่งกว่าเดิมก็ได้ ว่าแต่ว่า สงสัยจริงๆ หมาพันธุ์นี้มันรักเราจริงรึเปล่า (ฟะ) 

9. ในกรณีที่ คุณอยู่บ้านในซอยเปลี่ยว แถวบ้านเป็นที่รกร้าง ใกล้สุสาน ป่าช้า ฮวงซุ้ย เมื่อท่านเลือกใช้
บริการไซบีเรียน ฮัสกี้ แทนที่จะได้ความอบอุ่นใจ กลายเป็นว่าอาจจะได้ความเย็นยะเยือกสันหลังทุกคืนแทน ด้วยน้ำเสียงลีลาหอนบาดใจ บรู๊วววววว์ บรู๋ววววฺ โบร๋วววววว์ ..... ทุกค่ำคืนยามดึก จะช่วยให้เงามืดในบ้าน ต้นกล้วย หรือเงากระจกในห้องน้ำ ดูเคลื่อนไหวสมจริง เกินกว่าจินตนาการ บางที หน้าต่าง ใต้เตียงของคุณ อาจมีใคร (สักคน) กำลังมาลูบหัวเจ้าหมาป่าเล่นอยู่ก็ได้ บรื๊ออส์ ....

10. แม้ว่าพ่อเจ้าประคุณจะมาจากดินแดนหนาวเย็น ใกล้ขั้วโลก ชื่นชอบน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ด้วยลีลาการ
กระโดดเหยียบอ่างน้ำแล้ววิ่งเข้าบ้าน ขี้โคลนทั้งน้านนน แต่ขอโทษที จะอาบน้ำซักครั้งเหมือนพาเข้าโรงเชือด ทั้งดื้นทั้งโวยวาย แถมอาบน้ำเปลืองแชมพูจิ๊บเป๋ง อาบตัวเดียว ใช้ปริมาณน้ำเกือบเท่ากับอาบเด็กๆ ลายจุด 5 ตัว แถมเวลาเอาออกจากห้องน้ำ ห้ามเผลอปล่อยวิ่ง เพราะคุณพี่จะแอบไถลดินให้เป็นที่ปลาบปลื้มคนเลี้ยงยิ่งนัก  ไม่รวมตอนหวีขนที่ต้องวิ่งไล่จับกันอีกรอบ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เผาผลาญส่วนเกินร่างกายอย่างสนุกสนาน ?